| RT @: สมาคมนักข่าวฯแถลงการณ์รัฐบาลทำผิดรัฐธรรมนูญในการปิดพีทีวีและเว็ปประชาไท ควรปิดเอ็นบีทีด้วยเพราะเป็น2มาตรฐาน about 4 hours ago via TweetDeck
************************** องค์กรสื่อฯแถลงการณ์ร่วม ชี้รัฐปิดTVดาวเทียม-เว็บขัดรธน.
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=442248
8 เมษา. 2553 17:42 น.
สมาคม
นักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย
ได้ออกแถลงการณ์ร่วม
เรื่องการสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเว็บไซต์ ระบุว่า ตาม
ที่รัฐบาลอ้างอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในการ
ปิดกั้นสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีทีวี
รวมทั้งปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาข่าวสารความคิดเห็นทางการ
เมือง เช่นเว็บไซต์ www.prachatai.com
ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมานั้น
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนประกอบด้วย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ
สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้หารือร่วมกันแล้ว มีความเห็นดังต่อไปนี้
1.
การปิดกั้นสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี และ
การปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่แสดงความคิดเห็นดังกล่าว
เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 45
ที่บัญญัติว่า
“การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรา
นี้ จะกระทำมิได้” ทั้งนี้
รัฐบาลจะสามารถใช้กฎหมายพิเศษเพื่อจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนได้
ก็เพียงการห้ามเสนอข่าวสาร หรือ แสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วนเท่านั้น
2.
การที่รัฐบาลกล่าวอ้างว่า
การดำเนินการปิดกั้นสัญญาณและการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าว
เพื่อป้องกันการบิดเบือนข่าวสาร
ทำให้ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง
ขณะที่รัฐบาลเองยังใช้สถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐในการเสนอรายการที่มีลักษณะ
นำเสนอข้อมูลด้านเดียว
อีกทั้งยังปล่อยให้สถานีวิทยุและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอื่นๆ
นำเสนอเนื้อหาในลักษณะใกล้เคียงกัน
ซึ่งอาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคมมากขึ้นนั้น
ย่อมเป็นการกระทำที่รัฐบาลอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “สองมาตรฐาน”
และสร้างความชอบธรรมแก่ผู้ชุมนุมมากขึ้น
3.
การปิดกั้นสื่อในลักษณะนี้
ย่อมเป็นการปิดกั้นสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
จึงอาจทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นสื่อดังกล่าว
ออกมาเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมมากขึ้น
ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้
4.
องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนง
ทำหน้าที่รายงานข่าวสารที่เกิดขึ้นในขณะนี้ด้วยความครบถ้วนรอบด้าน
โดยนำเสนอความจริงและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วยการคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพใน
การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และ
ระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในการยุติปัญหา
ทัง
นี้ การแสดงจุดยืนของทั้งสองสมาคมเป็นไปตามหลักการของผู้ประกอบวิชาชีพ
โดยยึดถือประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก
ไม่ประสงค์จะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำแถลงการณ์ฉบับนี้ไปใช้ในการสร้างความชอบ
ธรรมให้กับตนเอง 0000000000000000000000000000 มาดูรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องครับ มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ
เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง
สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน
หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน
การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้
การ
ห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมด
หรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้
จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง
การ
ให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์
หรือสื่อมวลชนอื่น จะกระทำมิได้
เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม
แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้น
ตามวรรคสอง
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย
การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้
00000000000000000000
อ่านข้อความในวรรค 2 และ วรรค 4 ของมาตรา 45
สื่อทั้งหลายน่าจะเข้าใจได้ เพราะรัฐธรรมนูญมี "ข้อยกเว้น" เอาไว้คือคำว่า "เว้นแต่..."
วันก่อนก็บอกเลาๆ ว่า อำนาจ กทช. ที่จะสั่งปิดกระทำมิได้ ต้องไปอาศัยอำนาจศาล
แต่คำสั่งทางปกครองตามพรก.ฉุกเฉินซึ่งรัฐบาลประกาศใช้ก็เข้าข่ายวรรค 2 และ วรรค 4 ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ครบถ้วนกระบวนความแล้ว
สมาคมคมสื่อฯ ดิ้นไปก็เท่านั้น เพราะกฎหมายทักษิณ ฉบับพรก.ฉุกเฉินนี่แหละ ที่มีอำนาจพอๆกับกฎอัยการศึกหรือคำสั่งคณะปฏิวัติ
ผมคิดว่าสมาคมสื่อเข้าข้างตัวเองไปหน่อย...ที่จริงน่าจะไปร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวได้เลยนะครับ
บ้านเมืองจะได้มีบรรทัดฐาน ไม่ต้องมาแย้งให้เสียเวลา
ถามศาลไปเลยว่า เมื่อมีประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินแล้ว รัฐมีอำนาจสั่งปิดสื่อได้หรือไม่?
จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันให้เสียเวลา
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
แคน ไทเมือง
แหล่งที่มา http://www.oknation.net/blog/canthai/2010/04/09/entry-1
|